วันอาทิตย์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2554

ข้อกำหนดการใช้ส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโน

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เรื่อง  ข้อกำหนดการใช้ส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโน

-------------------------------------------------
         อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4(1) ของประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ.2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ลงวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2548 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 6(3)(4)(5)(6)(7) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาหาร ในการประชุมครั้งที่ 4/2549 เมื่อวันที่                       5 กันยายน 2549 ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี
         ข้อ 1  การใช้ชนิดของกรดอะมิโนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ให้ใช้ได้ไม่เกินปริมาณสูงสุดตามชนิดของกรดอะมิโนหรือกรดอะมิโนที่อยู่ในรูปแบบอื่น ที่กำหนดไว้ในตารางบัญชีรายชื่อส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโนแนบท้ายประกาศนี้
         ข้อ 2  ในกรณีที่มีการใช้ชนิดของกรดอะมิโนเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามข้อ 1 หลายชนิดรวมกัน ปริมาณรวมของกรดอะมิโนทุกรูปแบบที่เป็นชนิดเดียวกันในแต่ละชนิดจะต้องไม่เกินปริมาณสูงสุดตามที่กำหนดไว้ในตารางบัญชีรายชื่อส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโนแนบท้ายประกาศนี้ ยกเว้นกรดอะมิโนลำดับที่ 2, 3, 12, 13 และ 15 ที่มีการกำหนดปริมาณสูงสุดรวมกันไว้โดยเฉพาะ
         ประกาศนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
                            ประกาศ ณ วันที่  28 กันยายน พ.ศ.2549
    (ลงชื่อ) มานิตย์ อรุณากูร
         (นายมานิตย์ อรุณากูร)
                         รองเลขาธิการ ปฏิบัติราชการแทน
                         เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
(คัดจากราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป เล่ม 123 ตอนพิเศษ 111 ง ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2549)
รับรองสำเนาถูกต้อง
(นางสาวพัชนี อินทรลักษณ์)
นักวิชาการอาหารและยา 8 ว.
รายชื่อส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโน
แนบท้ายประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง ข้อกำหนดการใช้ส่วนประกอบที่สำคัญของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดกรดอะมิโน
ลำดับ ชื่อชนิดของกรดอะมิโนหรือกรดอะมิโนที่อยู่ในรูปแบบอื่น ปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ตามคำแนะนำให้บริโภค 1วัน (มิลลิกรัม)
1 แอล-ธรีโอนีน (L-threonine) หรือ ดีแอล-ธรีโอนีน (DL-threonine)
        ไม่เกิน 350 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ธรีโอนีน) 
2 แอล-ฟีนิลอะลานีน (L-phenylalanine) หรือ ดีแอล-ฟีนิลอะลานีน DL-phenylalanine)
        ไม่เกิน 700มิลลิกรัม  
   (คำนวณเป็น แอล-ฟีนิลอะลานีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มไทโรซีน ปริมาณรวม
        ต้องไม่เกิน 700 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ฟีนิลอะลานีน รวมกับ แอล-ไทโรซีน)
3 แอล-เมไธโอนีน (L-methionine) หรือ ดีแอล-เมไธโอนีน (DL-methionine)
หรือ ดี-เมไธโอนีน (D-methionine) 
        ไม่เกิน 650 มิลลิกรัม 
   (คำนวณเป็นแอล- เมไธโอนีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มซิสทีน ปริมาณรวม
         ต้องไม่เกิน 650มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็นแอล-เมไธโอนีน รวมกับ แอล-ซิสทีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มซิสเทอีน
         ปริมาณรวมต้องไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-เมไธโอนีน รวมกับ แอล-ซิสเทอีน) 
หรือใช้กลุ่มเมไธโอนีน รวมกับกลุ่มซิสทีน และกลุ่มซิสเทอีน
         ปริมาณรวมต้องไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-เมไธโอนีน รวมกับ แอล-ซิสทีน และ แอล-ซิสเทอีน)
4 แอล-ลูซีน (L-leucine) หรือ ดีแอล-ลูซีน (DL-leucine)
         ไม่เกิน 700 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ลูซีน)
5 แอล-ไลซีน (L-lysine) หรือ แอล-ไลซีนโมโนไฮโดรคลอไรด์ (L-lysine monohydrochloride)
หรือ แอล-ไลซีนไฮโดรคลอไรด์ (L-lysine hydrochloride) หรือ แอล-ไลซีนแอซีเทต (L-lysine acetate) หรือ แอล-ไลซีนแอล-แอสพาร์เทต (L-lysine L-aspartate)
หรือ แอล-ไลซีนแอล-กลูตาเมต (L-lysine L-glutamate)
          ไม่เกิน 600 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ไลซีน)
6 แอล-วาลีน (L-valine)
         ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
7 แอล-อาร์จินีน (L-arginine)
หรือ แอล-อาร์จินีนโมโนไฮโดรคลอไรด์ (L-arginine monohydrochloride)
หรือ แอล-อาร์จินีนไฮโดรคลอไรด์ (L-arginine hydrochloride)
หรือ แอล-อาร์จินีนแอล-กลูตาเมท (L-arginine L-glutamate)
         ไม่เกิน 1000 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-อาร์จินีน)
8 แอล-ไอโซลูซีน (L-isoleucine) หรือ ดีแอล-ไอโซลูซีน (DL-isoleucine)
         ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ไอโซลูซีน)
9 แอล-กลูตามีน (L-glutamine)
         ไม่เกิน 2000 มิลลิกรัม
10 แอล-กลูตาไธโอน (L-glutathione)
         ไม่เกิน 250  มิลลิกรัม

2ลำดับ ชื่อชนิดของกรดอะมิโนหรือกรดอะมิโนที่อยู่ในรูปแบบอื่น ปริมาณสูงสุดที่ให้ใช้ตามคำแนะนำให้บริโภค 1วัน (มิลลิกรัม)
11 แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine)
หรือ แอล-คาร์นิทีน แอล-ทาเทรท (L-carnitine L- tartrate)
หรือ แอล-คาร์นิทีนทาเทรท (L-carnitine tartrate)
หรือ แอล-คาร์นิทีน ฟูมาเรท (L-carnitine fumarate)
         ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-คาร์นิทีน)
12 แอล-ซิสทีน (L-cystine)
         ไม่เกิน 650 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ซิสทีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มเมไธโอนีน
         ปริมาณรวมต้อง ไม่เกิน 650 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ซิสทีน รวมกับ แอล-เมไธโอนีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มซิสเทอีน
        ปริมาณรวมต้องไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ซิสทีน รวมกับ แอล-ซิสเทอีน)  
หรือใช้กลุ่มซิสทีนรวมกับกลุ่มเมไธโอนีนและกลุ่มซิสเทอีน
       ปริมาณรวมต้องไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-เมไธโอนีน รวมกับ แอล-ซิสทีน และ แอล-ซิสเทอีน)
13 แอล-ซิสเทอีน (L-cysteine)
หรือ แอล-ซิสเทอีนไฮโดรคลอไรด์ (L-cysteine hydrochloride)
หรือ แอล-ซิสเทอีนโมโนไฮโดรคลอไรด์ (L-cysteine monohydrochloride)
       ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ซิสเทอีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มเมไธโอนีน
       ปริมาณรวมต้อง ไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ซิสเทอีน รวมกับ แอล-เมไธโอนีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มซิสทีน
       ปริมาณรวมต้องไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ซิสเทอีน รวมกับ แอล-ซิสทีน)  
หรือใช้กลุ่มซิสเทอีนรวมกับกลุ่มเมไธโอนีนและซิสทีน
       ปริมาณรวมต้องไม่เกิน 500 มิลลิกรัม
    ( คำนวณ เป็น แอล-เมไธโอนีน รวมกับ แอล-ซิสทีน และ แอล-ซิสเทอีน)
14 ทอรีน (Taurine)
        ไม่เกิน 3000มิลลิกรัม
15 แอล-ไทโรซีน (L-tyrosine)
        ไม่เกิน 700 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ไทโรซีน)
หรือใช้รวมกับกลุ่มฟีนิลอะลานีน
       ปริมาณรวมต้องไม่เกิน 700 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ไทโรซีน รวมกับ แอล-ฟีนิลอะลานีน)
16 แอล-ออร์นิทีน (L-ornithine)
หรือ แอล-ออร์นิทีนไฮโดรคลอไรด์ (L-ornithine hydrochloride)
หรือ แอล-ออร์นิทีนแอสพาร์เทต (L-ornithine aspartate)
        ไม่เกิน 5002 มิลลิกรัม
   (คำนวณเป็น แอล-ออร์นิทีน)
ที่มา:  1   World Health Organization. Technical Report Series 724 Energy and Protein Requirement. Report of a joint  FAO/WHO/UNU Expert Consultation.
Geneva 1985: 64-6.
     2  ปริมาณสูงสุดที่ได้รับอนุญาตในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
     3  Sheldon Saul Hendler, David Rorvik. PDR® for Nutritional Supplement™. 2001.

คุณ กำลัง จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาติจาก อย.
ขอให้ดำเนินการดึงโฆษณาผลิตภัณฑ์เหล่านั้นลงเสีย เพราะร้านคุณกำลังถูกเพ่งเล็งอยู่
เนื่องจากเป็นร้านค้าส่งรายใหญ่จะทำทางเราสามารถขยายผลได้
เราจึง ขอความร่วมมือ แจ้งเตือน ครั้งที่ 1 โดยจะออกหนังสือตักเตือนถึงร้านท่าน
มิเช่นนั้น จะดำเนินคดีกับผู้ผลิตและจำหน่าย ใน 5ข้อหา
คือ   ขายเครื่องสำอางปลอม มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน
หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
        ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
        ขายเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง
เช่น ไม่แสดงชื่อ ที่ตั้งผู้ผลิต ไม่แสดงวันเดือน ปี ที่ผลิต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน
หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
         ขายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท
         ขายอาหารที่มีฉลากเพื่อลวง จัดเป็นอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันถึง 1 แสนบาท
ขอเตือนประชาชนอย่าได้หลงเชื่อและซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือยา ผ่านทางเว็บไซต์ต่างๆ
ที่มีการโฆษณาชวนเชื่อโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง หรืออ้างว่ามีคุณภาพดีกว่าสินค้าอื่นๆ ที่จำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งในความเป็นจริง
ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่มีคุณภาพ แสดงฉลากไม่ถูกต้อง และบางอย่างก็ไม่ผ่านการขออนุญาตจาก อย. นอกจากทำให้ผู้บริโภคสิ้นเปลืองเงินทองแล้ว
 ยังไม่ได้ผลตามที่โฆษณาอวดอ้าง มิหนำซ้ำอาจได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์นั้นๆอีกด้วย
ขอความร่วมมือ
http://www.boontawee.co.cc/
สมพร 154 dnetwork

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น